คู่มือใช้งานระบบบัญชีรายจ่าย
สำหรับผู้ดูแล พนักงานบัญชี และผู้ดูรายงาน · ปรับปรุง 21 ตุลาคม 2569
ผู้ดูแลหลัก: easycard.work@gmail.com · ชื่อผู้ใช้เริ่มต้น: easycard.admin
ต้องตั้งรหัสผ่านผู้ดูแลเองในเมนูจัดการพนักงาน รหัสผ่านไม่ได้ถูกกำหนดให้ล่วงหน้าหรือส่งในแชต
1. เริ่มต้นใช้งานและทำความเข้าใจระบบ
Easycard เป็นเว็บบันทึกรายจ่ายที่ใช้ข้อมูลชุดเดียวกันทั้งบริษัท ข้อมูลในเว็บไม่ได้เขียนกลับไปแก้ไฟล์ Excel ต้นฉบับอัตโนมัติ
- เปิด https://easycard-accounts.abuzzsky32.chatgpt.site/ ด้วย Chrome, Edge, Safari หรือเบราว์เซอร์ในโทรศัพท์ แล้วบันทึกลิงก์ไว้ในรายการโปรด
- ผู้ดูแลหลักคือ easycard.work@gmail.com ชื่อผู้ใช้เริ่มต้น easycard.admin ผู้ดูแลต้องตั้งรหัสผ่านของตนเองในเมนูจัดการพนักงานก่อนใช้ชื่อนี้เข้าสู่ระบบ
- ข้อมูลเริ่มต้นนำมาจาก Excel ล่าสุด ยอดเดิม 2,352,000.00 บาท มีรายจ่ายที่ระบุจำนวน 2 รายการ และฉบับร่างที่มีเฉพาะวันที่อีก 1 รายการ
- หลังเริ่มบันทึกในเว็บ ให้ถือฐานข้อมูลเว็บเป็นข้อมูลกลางของทีม หากต้องการนำไปใช้ใน Excel ให้กดส่งออก CSV จากช่วงข้อมูลที่ต้องการ
- ผู้ใช้งานทั่วไปไม่ต้องมีบัญชี ChatGPT ให้ใช้บัญชีที่ผู้ดูแลสร้างให้
- อย่าใช้บัญชีเดียวกันหลายคน เพราะประวัติจะระบุไม่ได้ว่าใครเป็นผู้บันทึกจริง
2. เข้าสู่ระบบและออกจากระบบ
พนักงานใช้ชื่อผู้ใช้หรือ Gmail พร้อมรหัสผ่านที่ผู้ดูแลกำหนดให้ได้
- เปิดลิงก์เว็บ จะพบหน้าเข้าสู่พื้นที่ทำงาน
- กรอกชื่อผู้ใช้ เช่น account.01 หรือกรอก Gmail ที่ลงทะเบียนไว้ ชื่อผู้ใช้ใช้อักษรอังกฤษตัวเล็ก ตัวเลข จุด ขีดกลาง และขีดล่าง ยาว 3–40 ตัว
- กรอกรหัสผ่านให้ตรงทั้งตัวพิมพ์เล็กและใหญ่ แล้วกดเข้าสู่ระบบ ใช้ปุ่มรูปตาเพื่อแสดงหรือซ่อนรหัสขณะกรอก
- ถ้าลืมชื่อผู้ใช้หรือรหัสผ่าน ให้ติดต่อผู้ดูแล ผู้ดูแลตั้งรหัสใหม่ได้ แต่เปิดดูรหัสผ่านเดิมไม่ได้
- เมื่อเลิกใช้งาน โดยเฉพาะเครื่องที่มีผู้อื่นใช้งานร่วมกัน ให้กดปุ่มออกจากระบบที่มุมล่างซ้าย
- รหัสผ่านต้องยาวอย่างน้อย 8 ตัวอักษร ไม่เกิน 72 ไบต์ แนะนำใช้อักษรอังกฤษผสมตัวเลขและเครื่องหมาย หลีกเลี่ยงชื่อบริษัทหรือวันเกิด
- ถ้ากรอกผิดหลายครั้ง ระบบจะให้รอ 10 นาที อย่ากดเข้าสู่ระบบซ้ำต่อเนื่อง
- สลับ Light / Dark Mode ได้จากปุ่มรูปดวงจันทร์หรือดวงอาทิตย์ ระบบจำการเลือกไว้ในเบราว์เซอร์
3. ผู้ดูแลตั้งบัญชีพนักงานและรหัสผ่าน
เมนูจัดการพนักงานแสดงเฉพาะผู้ดูแลระบบ บัญชี Gmail ที่ไม่ได้รับอนุญาตจะเข้าถึงข้อมูลรายจ่ายไม่ได้
- ครั้งแรก เข้าเมนูจัดการพนักงาน มองหาแถว easycard.work@gmail.com แล้วกดตั้งชื่อผู้ใช้ / รหัสผ่าน คงชื่อ easycard.admin ไว้หรือเปลี่ยนตามต้องการ ตั้งรหัสผ่านที่คุณเลือกเอง แล้วกดบันทึกบัญชีเข้าใช้
- เพิ่มพนักงานโดยกรอกชื่อจริงหรือชื่อที่ทีมรู้จัก Gmail ของพนักงาน ชื่อผู้ใช้ที่ไม่ซ้ำ รหัสผ่านเริ่มต้น และระดับสิทธิ์ จากนั้นกดสร้างบัญชีพนักงาน
- แจ้งลิงก์เว็บ ชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่านแก่เจ้าของบัญชีเป็นการส่วนตัว ระบบไม่ส่งข้อมูลเหล่านี้ทางอีเมลอัตโนมัติ
- เปลี่ยนชื่อผู้ใช้โดยกดตั้งชื่อผู้ใช้ / รหัสผ่านในแถวที่ต้องการ แก้ชื่อ แล้วเว้นช่องรหัสผ่านว่างเพื่อคงรหัสเดิม
- ตั้งรหัสผ่านใหม่โดยกดปุ่มเดียวกัน กรอกรหัสใหม่แล้วบันทึก จากนั้นแจ้งรหัสใหม่ให้เจ้าของบัญชี อย่าคัดลอกรหัสลงหมายเหตุรายจ่าย
- ปิดสิทธิ์พนักงานที่ลาออกหรือไม่ควรใช้งาน โดยกดรูปพักในแถวนั้น บัญชีจะถูกปฏิเสธเมื่อโหลดหรือบันทึกครั้งถัดไป ถ้าต้องการคืนสิทธิ์ให้กดรูปเล่น
- การเปลี่ยนระดับสิทธิ์ทำได้จากรายการเลือกในแถวพนักงาน ผู้ดูแลหลักไม่สามารถถูกปิดหรือเปลี่ยนบทบาทจากหน้านี้
- ผู้ดูแลระบบ: จัดการบัญชีผู้ใช้ รหัสผ่าน ตัวเลือก รายจ่าย ลบรายการ และดูรายงานทั้งหมด
- พนักงานบัญชี: เพิ่มและแก้ไขรายจ่าย ดูรายงาน ค้นหา และส่งออก CSV แต่ลบรายจ่ายหรือจัดการผู้ใช้ไม่ได้
- ดูรายงานเท่านั้น: ดูข้อมูล ค้นหา และส่งออก CSV ได้ แต่เพิ่ม แก้ไข หรือลบข้อมูลไม่ได้
- หากอีเมลเคยมีบัญชีในบริการยืนยันตัวตนอยู่แล้ว รหัสเดิมอาจยังใช้อยู่ ให้ใช้ปุ่มตั้งรหัสผ่านใหม่เพื่อกำหนดรหัสที่ต้องการอย่างชัดเจน
4. ตั้งค่าตัวเลือกก่อนเริ่มบันทึก
เมนูตั้งค่าข้อมูลช่วยให้ทั้งทีมเลือกคำเดียวกัน ลดการสะกดต่างกันและการสรุปยอดแยกผิดกลุ่ม
- ผู้ดูแลเข้าเมนูตั้งค่าข้อมูล จะพบ 4 กลุ่ม: หมวดหมู่รายจ่าย รายการ (Description) ช่องทางชำระเงิน และสกุลเงิน
- พิมพ์ตัวเลือกใหม่ในช่องด้านล่างของกลุ่ม เช่น ชื่อผู้จำหน่าย หรือชื่อรายการที่ซื้อ แล้วกดปุ่มบวก
- ตรวจว่ารายการเดิมมีอยู่แล้วหรือไม่ก่อนเพิ่ม ระบบไม่รับตัวเลือกที่ซ้ำกัน
- จัดลำดับโดยจับไอคอนจุดด้านซ้ายแล้วลากขึ้นหรือลงในกลุ่มเดียวกัน ลำดับจะถูกบันทึกให้ทั้งทีมและใช้ใน Dropdown ด้วย ถ้าใช้แป้นพิมพ์ให้โฟกัสปุ่มจับลากแล้วกดลูกศรขึ้นลง บนจอสัมผัสใช้ปุ่มลูกศรได้
- ถ้าไม่ใช้ตัวเลือกใดแล้ว กดปุ่มรูปพักด้านขวา รายการนั้นจะหายจากตัวเลือกสำหรับรายการใหม่ แต่ข้อมูลรายจ่ายเก่าจะยังอยู่
- ถ้าต้องการกลับมาใช้อีก ให้กดรูปเล่นที่ตัวเลือกซึ่งถูกพักไว้
- แนะนำกำหนดรูปแบบชื่อให้ตรงกัน เช่น ใช้ชื่อบริษัทเต็มเสมอ
- การเพิ่มค่าเงินไม่ได้ดึงอัตราแลกเปลี่ยนให้อัตโนมัติ ผู้บันทึกยังต้องกรอกอัตราของธุรกรรมจริง
5. บันทึกรายจ่ายใหม่ทีละขั้น
กดปุ่มเพิ่มรายจ่ายจากหน้าภาพรวมหรือหน้าบันทึกรายจ่าย
- เลือกวันที่ของธุรกรรม ตรวจวันที่ให้ตรงกับเอกสาร ไม่จำเป็นต้องเป็นวันที่กำลังกรอกข้อมูล
- ใส่เลขที่เอกสารเพื่อค้นหาย้อนหลังได้ เช่น เลขใบแจ้งหนี้ หากยังไม่มีสามารถเว้นว่างได้
- เลือกหมวดหมู่และรายการจาก Dropdown ถ้าไม่มีรายการที่ต้องการ ให้ผู้ดูแลเพิ่มในหน้าตั้งค่าข้อมูลก่อน
- ใส่หมายเหตุเพื่ออธิบายสิ่งที่ทีมควรรู้ เช่น ซื้อเครดิตรอบใด หรือเหตุผลที่มีรายการคืนเงิน
- กรอกจำนวนเงินในสกุลต้นทาง แล้วเลือกสกุลเงิน เช่น THB, usdt หรือ CNY
- กรอกอัตราแลกเปลี่ยนเป็นจำนวนบาทต่อ 1 หน่วยสกุลต้นทาง สำหรับ THB ระบบกำหนดเป็น 1 ให้
- เลือกช่องทางชำระเงิน ตรวจผู้บันทึก และตรวจยอดรวมสุทธิที่ระบบคำนวณ
- ถ้าข้อมูลครบให้กดบันทึกรายจ่าย ถ้ายังไม่ครบให้กดบันทึกฉบับร่าง ระบบจะติดสถานะรอข้อมูล
- รอข้อความบันทึกเรียบร้อยแล้วก่อนปิดหน้าเว็บ ถ้าพบข้อความผิดพลาด ข้อมูลในแบบฟอร์มจะยังอยู่ ให้ตรวจและลองใหม่
- ตัวอย่าง: จำนวน 100 USDT × อัตรา 33.60 บาท = ยอดสุทธิ 3,360.00 บาท
- ตัวอย่าง: จำนวน 1,500 THB × อัตรา 1 = ยอดสุทธิ 1,500.00 บาท
- ยอดรวมแสดงทศนิยม 2 ตำแหน่ง ไม่มีการเรียกอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันจากภายนอก
- รายการคืนเงินบันทึกเป็นจำนวนติดลบได้เมื่อเป็นยอดคืนจริง และควรอธิบายไว้ในหมายเหตุ
6. ค้นหา แก้ไข และลบรายจ่าย
เปิดเมนูบันทึกรายจ่ายเพื่อดูตารางและค้นหาข้อมูล
- เลือกปีและเดือนด้านบน จากนั้นใช้ช่องค้นหาพิมพ์ชื่อรายการ เลขเอกสาร ผู้บันทึก ช่องทางชำระเงิน หรือคำในหมายเหตุ
- เลือกหมวดหมู่หรือสถานะเพื่อจำกัดผล เช่น เลือกรอข้อมูลเพื่อตามเก็บข้อมูลฉบับร่าง
- สังเกตยอดรวมที่แสดงเหนือตาราง ยอดนี้รวมเฉพาะรายการที่ผ่านตัวกรองปัจจุบัน
- กดชื่อรายการหรือรูปดินสอเพื่อแก้ไข ตรวจข้อมูลแล้วกดบันทึกรายจ่ายอีกครั้ง
- ถ้าระบบแจ้งว่ามีผู้อื่นแก้ไขแล้ว แปลว่าข้อมูลที่คุณเปิดอยู่เก่า ให้จดข้อมูลที่ต้องการแก้ไว้ แล้วโหลดข้อมูลล่าสุดก่อนบันทึกใหม่
- เฉพาะผู้ดูแลสามารถกดรูปถังขยะได้ ระบบจะแสดงชื่อ วันที่ และยอดให้ตรวจอีกครั้งก่อนยืนยัน
- ใช้ปุ่มก่อนหน้าและถัดไปด้านล่างตารางเมื่อข้อมูลเกิน 15 รายการ
- การลบจะนำรายการออกจากยอดรายงานและตารางใช้งาน แต่ยังเก็บประวัติการลบไว้ ไม่มีปุ่มกู้คืนในหน้าจอปัจจุบัน ควรตรวจให้แน่ใจก่อนลบ
- ผู้มีสิทธิ์ดูรายงานเท่านั้นจะไม่สามารถใช้ปุ่มแก้ไขและลบได้
7. อ่าน Dashboard ให้ถูกต้อง
หน้าภาพรวมสรุปเฉพาะช่วงปีและเดือนที่เลือก ยอดสุทธิทุกสกุลถูกแปลงเป็นบาทแล้ว
- เลือกปีและเดือนด้านบน หรือเลือกทุกปีและทุกเดือนเพื่อดูภาพรวมทั้งหมด
- รายจ่ายรวมสุทธิ: รวมจำนวนเงินคูณอัตราแลกเปลี่ยนของแต่ละรายการ ถ้ารายการไม่มีจำนวนหรืออัตราแลกเปลี่ยน จะยังไม่มีมูลค่าให้รวม
- จำนวนรายจ่าย: นับรายการที่กรอกจำนวนแล้ว จึงอาจไม่เท่ากับจำนวนแถวทั้งหมดที่รวมฉบับร่างด้วย
- เฉลี่ยต่อรายการ: ยอดสุทธิในช่วงที่เลือก หารด้วยจำนวนรายการที่ระบุจำนวนแล้ว
- รอตรวจข้อมูล: นับฉบับร่างหรือข้อมูลที่ยังไม่ครบจากทุกปี กดการ์ดนี้เพื่อเปิดรายการรอตรวจ
- กราฟแนวโน้ม: เปรียบเทียบยอดสุทธิรายเดือนในช่วงที่เลือก หากมีคืนเงินติดลบ กราฟจะแสดงแยกลงด้านล่างของเส้นศูนย์
- กราฟสัดส่วนหมวดหมู่: แสดงเฉพาะหมวดหมู่ที่มียอดสุทธิเป็นบวก ไม่รวมหมวดที่ยอดเป็นศูนย์หรือติดลบ
- ดูรายการยอดสูงสุด ช่องทางชำระเงิน และตารางรายจ่ายล่าสุดเพื่อเจาะรายละเอียด
- ถ้าเลือกเดือนเดียว กราฟเดือนอื่นจะแสดงศูนย์ตามตัวกรอง ถ้าต้องการเทียบทั้งปีให้เลือกทุกเดือน
- หน้าเว็บตรวจข้อมูลใหม่ทุก 30 วินาทีขณะที่เปิดอยู่ กดปุ่มลูกศรวนมุมบนขวาเพื่อโหลดทันที
8. ดูรายงานและนำข้อมูลไปเปิดใน Excel
รายงานสรุปเลือกจัดกลุ่มได้ตามหมวดหมู่ รายการ ช่องทางชำระเงิน และสกุลเงิน
- เปิดเมนูรายงานสรุป แล้วเลือกปีและเดือนที่ต้องการ
- เลือกวิธีจัดกลุ่มจากรายการด้านขวาของหัวรายงาน
- ตรวจจำนวนรายการ ยอดสุทธิ และสัดส่วนในตาราง รวมถึงยอดรวมแถวล่างสุด
- กดส่งออกรายงานสรุปเพื่อดาวน์โหลดผลรวมตามกลุ่มที่กำลังดู
- ถ้าต้องการข้อมูลแต่ละธุรกรรม ให้เปิดบันทึกรายจ่าย เลือกตัวกรอง แล้วกดส่งออก CSV ด้านบน
- เปิดไฟล์ CSV ใน Excel หากภาษาไทยไม่ถูกต้อง ให้ใช้เมนู Data > From Text/CSV และเลือกการเข้ารหัส UTF-8
- ถ้าต้องการเก็บเป็นไฟล์ Excel ให้ใช้ Save As เลือก Excel Workbook (.xlsx) หลังเปิดไฟล์ CSV
- CSV เก็บข้อมูลตาราง ไม่เก็บกราฟหรือสีของ Dashboard
- การส่งออกไม่เปลี่ยนข้อมูลในเว็บ และไม่ได้เป็นระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติ
- แนะนำส่งออกข้อมูลที่ต้องการเก็บทุกสิ้นวันหรือสิ้นเดือนตามแนวทางบัญชีของบริษัท
9. ตรวจประวัติการแก้ไข
เมนูประวัติการแก้ไขแสดงความเคลื่อนไหวของรายจ่ายล่าสุด 100 ครั้ง
- เปิดเมนูประวัติการแก้ไขเพื่อตรวจว่าใครเพิ่ม แก้ไข หรือลบรายจ่าย
- ดูชื่อผู้ดำเนินการและเวลาประกอบกับเลขเอกสารหรือชื่อรายการ
- หากต้องการตรวจรายการใด ให้กลับไปหน้าบันทึกรายจ่ายและค้นหาจากชื่อหรือเลขเอกสาร
- รายการที่นำเข้าครั้งแรกจาก Excel อาจไม่มีประวัติการกดบันทึกในเว็บ ประวัติจะเริ่มเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงผ่านระบบนี้
- ประวัติไม่ได้แสดงรหัสผ่าน และไม่สามารถใช้เปิดดูรหัสผ่านเดิมได้
10. แก้ปัญหาที่พบบ่อย
ตรวจตามรายการนี้ก่อนแจ้งผู้ดูแล
- เข้าไม่ได้: ตรวจชื่อผู้ใช้ ตัวพิมพ์ใหญ่เล็กของรหัสผ่าน และให้ผู้ดูแลตรวจว่าบัญชียังเปิดสิทธิ์อยู่
- ไม่เห็นตัวเลือกที่ต้องการ: ให้ผู้ดูแลเพิ่มหรือเปิดตัวเลือกในตั้งค่าข้อมูล แล้วโหลดหน้าเว็บใหม่
- ยอดรวมไม่ตรง: ตรวจปี เดือน และตัวกรอง ตรวจว่ามีจำนวนเงินและอัตราแลกเปลี่ยนครบ รวมถึงรายการคืนเงินหรือยอดซ้ำ
- บันทึกชนกับผู้ใช้อื่น: เก็บรายละเอียดที่ต้องการแก้ แล้วโหลดข้อมูลล่าสุดก่อนบันทึกใหม่
- อินเทอร์เน็ตขาด: อย่าปิดแบบฟอร์มจนกว่าจะเชื่อมต่อใหม่และพบข้อความบันทึกเรียบร้อย เว็บไม่มีโหมดบันทึกออฟไลน์
- ถูกปิดสิทธิ์: ติดต่อผู้ดูแลหลัก easycard.work@gmail.com เพื่อพิจารณาเปิดบัญชี
- ไฟล์ CSV เปิดแล้วภาษาไทยเพี้ยน: นำเข้าไฟล์ผ่านเมนู From Text/CSV โดยเลือก UTF-8
- ลบผิด: แจ้งผู้ดูแลพร้อมรายละเอียดและตรวจประวัติ ไม่มีปุ่มคืนรายการอัตโนมัติในเวอร์ชันนี้
11. ขั้นตอนแนะนำสำหรับงานบัญชีประจำวัน
ใช้ลำดับเดียวกันทุกวันเพื่อให้ข้อมูลครบและตรวจสอบง่าย
- ก่อนเริ่มงาน: เข้าสู่ระบบ เลือกช่วงวันที่ และตรวจการ์ดรอตรวจข้อมูล
- ระหว่างวัน: บันทึกรายจ่ายตามเอกสารจริง ตรวจสกุลเงินและอัตราแลกเปลี่ยนทุกครั้ง
- ก่อนจบวัน: เก็บข้อมูลฉบับร่าง ตรวจยอดรวมและรายการผิดปกติ แล้วส่งออก CSV ตามนโยบายบริษัท
- สิ้นเดือน: เลือกเดือนที่ปิดบัญชี ตรวจรายงานแต่ละหมวด และเทียบกับเอกสารบัญชีของบริษัท
- เมื่อมีพนักงานเปลี่ยนหน้าที่หรือลาออก: ให้ผู้ดูแลปรับหรือปิดสิทธิ์ทันที
12. กระทบยอด CSV ไทยพาณิชย์
นำ Statement มาเทียบกับรายจ่ายที่บันทึกครบแล้ว ระบบเสนอคู่ให้ตรวจ แต่จะยืนยันเมื่อผู้ใช้กดปุ่มยืนยันจับคู่เท่านั้น ไม่มีการสั่งโอนเงินหรือติดต่อบัญชีธนาคารโดยตรง
- เลือกเมนูกระทบยอดธนาคาร แล้วกดนำเข้า CSV ระบุชื่อบัญชีให้แยกกันชัดเจน เช่น SCB บัญชีหลัก 1234 และเลือกสกุลเงินให้ตรงกับ Statement
- เลือกไฟล์ CSV ที่ดาวน์โหลดจาก SCB รองรับ UTF-8 และ Windows-874 สูงสุด 5 MB และ 10,000 รายการต่อไฟล์ ระบบจะพยายามตรวจแถวหัวตารางให้ ถ้าไม่ตรงให้เลือกแถวเอง
- ตรวจการจับคู่คอลัมน์วันที่ รายละเอียด เลขอ้างอิง เงินออก และเงินเข้า ถ้าไฟล์ใช้ยอดคอลัมน์เดียว ให้เลือกรูปแบบบวก/ลบ หรือยอดพร้อมประเภท Debit/Credit ตามไฟล์จริง
- ตรวจ ค.ศ./พ.ศ. และรูปแบบวันเดือนปี โดยเฉพาะปี 2 หลัก ให้เลือก ค.ศ. หรือ พ.ศ. เอง ตรวจตัวอย่าง 5 แถวและยอดรวมกับธนาคารก่อนติ๊กยืนยันนำเข้า ถ้ามีแถวผิด ระบบจะระบุแถวและสาเหตุ อย่าข้ามจนกว่าจะตรวจว่าเป็นหัว/ท้ายรายงานที่ไม่ใช่ธุรกรรมจริง
- หลังนำเข้า เลือกชุด Statement และช่องทางรายจ่ายที่ต้องการตรวจ ใช้แท็บรอตรวจ มีคู่เสนอ ยังไม่พบคู่ จับคู่แล้ว และเงินเข้า เพื่อแยกงาน
- กดตรวจที่รายการเงินออก ระบบเสนอรายจ่ายที่ยอดตรง สกุลเงินตรง และวันที่ห่างไม่เกิน 3 วัน หากมีหลายคู่ ต้องตรวจชื่อผู้รับ เลขเอกสาร และข้อมูลธุรกรรมเอง ไม่ถือว่ายอดเท่ากันแปลว่าเป็นรายการเดียวกันเสมอ
- เลือกหนึ่งหรือหลายรายจ่ายให้ยอดรวมเท่ากับธนาคาร ช่องผลต่างต้องเป็นศูนย์ จึงกดยืนยันจับคู่ได้ ใส่หมายเหตุได้ เช่น รวมจ่ายหลายใบแจ้งหนี้
- ถ้าไม่พบรายจ่าย ให้กดสร้างรายจ่ายจากรายการธนาคารนี้ ระบบเตรียมวันที่ ยอดเงิน และอ้างอิงให้ กรอกหมวดหมู่และรายการให้ครบแล้วบันทึก จากนั้นกลับมาตรวจและจับคู่ ยังไม่มีการยืนยันคู่ให้อัตโนมัติ
- ดูส่วนรายจ่ายที่ยังไม่พบใน Statement ด้านล่าง ตรวจช่วงวันที่และช่องทางก่อนสรุปว่าข้อมูลขาด เงินเข้าเก็บไว้แสดงแต่ไม่จับคู่เป็นรายจ่าย
- หากยืนยันผิด ให้เปิดรายการที่จับคู่แล้ว กดยกเลิกการจับคู่ ก่อนเลือกใหม่ รายจ่ายที่กระทบยอดแล้วจะแก้ไขหรือลบไม่ได้จนกว่าจะยกเลิกคู่
- กดส่งออกผลเพื่อดาวน์โหลด CSV ที่มีสถานะ คู่รายจ่าย ผู้ยืนยัน เวลา และหมายเหตุ สำหรับตรวจทานต่อ การส่งออกนี้เป็นผลกระทบยอดธุรกรรม ไม่ใช่การรับรองยอดคงเหลือเปิด/ปิดบัญชี
- หากนำเข้าผิดบัญชีหรือจับคอลัมน์ผิด ให้ยกเลิกคู่ทั้งหมดก่อน แล้วกดยกเลิกชุดนำเข้า จากนั้นนำเข้าใหม่ รายจ่ายเดิมยังอยู่ ถ้านำเข้าไม่ครบ สามารถเลือกไฟล์เดิมทำต่อ หรือยกเลิกชุดที่ยังไม่ครบได้
- ใช้ชื่อบัญชีและสกุลเงินเดิมทุกครั้ง ระบบตรวจไฟล์เดิมที่นำเข้าซ้ำในบัญชีและสกุลเงินเดียวกัน แต่ไฟล์คนละฉบับที่มีช่วงวันที่ซ้อนกันยังต้องตรวจรายการซ้ำเอง
- การเสนอคู่เปรียบเทียบจำนวนเงินในสกุล Statement ถ้า Statement เป็น THB จะใช้ยอดสุทธิหลังแปลงเป็นบาทตามอัตราที่บันทึกไว้ การจับคู่ไม่ดึงอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน
- ระบบรองรับหลายรายจ่ายต่อหนึ่งรายการธนาคาร ส่วนการจ่ายรายจ่ายเดียวแบบแบ่งหลายธุรกรรมต้องแยกบันทึกรายจ่ายให้ตรงกับแต่ละยอดก่อนจับคู่
- ผู้มีสิทธิ์ดูรายงานเท่านั้นเปิดดูและส่งออกผลได้ แต่ไม่นำเข้า ยืนยัน หรือยกเลิกการจับคู่
- นี่เป็นการเทียบธุรกรรมรายจ่ายกับเงินออกในไฟล์ CSV ไม่เชื่อมต่อหรือสั่งทำธุรกรรมกับธนาคาร